Sunday, December 18, 2011

Diary mak mak

19.11.11

เราเองก็รู้นะว่าการที่เรามีความอยากเรื่องเพศมันเป็นความเสื่อม ความอยากมันไม่สนใจวันพระ ก็เพราะเราปล่อยให้มันมีอำนาจเหนือเรา เราพังทุกอย่าง เราแพ้ทุกอย่าง เราแพ้ตั้งแต่ตัวเองไปจนถึงทุกสิ่งที่จะทำในชีวิต เหมือนตอนที่ ดร เพ็ญพรรณ บอกเราว่าวิชาเรียงความ เราจะตก เราก็ตกจริงๆ นั่นเป็นเพราะเราปล่อยให้ตัวเอง อยู่อำนาจของอารมณ์ ตกในอำนาจของคนอื่น ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ดีมากๆ ชีวิตเราหากเป็นแบบนี้คงจะยากเต็มทีที่จะประสบความสำเร็จ

ขอบคุณมากที่บอกว่า

ชีวิตคือการสั่งสมบุญกุศล

20/11/11

เมื่อบ่ายลงรถเมล์หน้าโรงเรียน อนุบาลกงไกรลาศ

ความเงียบสงบ บวกอากาศร้อนไม่มาก ทำให้คิดถึงภูเก็ตมากๆ มันเหมือนตอนที่เรานอนอยู่ที่เกาะไผ่เลย รักที่นั่นจับใจ อยากกลับไปนอนอาบแดด

เป็นอิสระทางการเงินเมื่อไรเราจะไปเยือนอีกแน่นอน

อยากจะไปท่องเที่ยวให้ทั่วไทย และค่อยไปเมืองนอก

เอาละ เข้าเรื่องที่จะพูดถึงจริงๆในวันนี้ เราต้องงดเรื่องดวงไว้ก่อน เพราะทุกวันนี้ เราตอยได้เต็มปากเลยว่าเรารอปาฏิหารให้สำเร็จในชีวิต เราจึงเอาแต่สวดมนต์เพื่อหวังผล ไม่แสวง ไม่สร้างมันเองกับมือ เราหยุดเป็นคนที่งมงายอะไรมากเกินไปจนไม่ใช้ปัญญาในการทำงาน หยุดการเสพอินเทอร์เน็ต ใช้คอมพิวเตอร์ครั้งละไม่เกินสิบนาที วันละแค่สองชั่วโมง ช่วยตัวเองเดือนละครั้ง หรือไม่ทำเลยแล้วเอาเวลาไปทำอะไรอย่างอื่นจะดีกว่านะ ถ้าเราเชื่อฟังตัวเอง เราจะนับถือตัวเองมากขึ้น เพราะการที่ได้เชื่อแล้วมันสำเร็จจริง มันย่อมสร้างความภาคภูมิใจ ความมั่นใจที่จะดำเนินต่อไป ชีวิตมีอยุ่ชีวิตเดียว เชื่อตัวเองเถอะ เป็นตัวเอง อย่าเป็นคนอื่น แค่เอาต้นแบบดีๆมาเป็นแรงบันดาลแล้วปั้นให้เป็นแบบที่เราเป็น เรามีดีให้โชว์ เรารักตัวเอง รักคนรอบข้าง อยากให้คนรอบข้างได้ดี เจริญก้าวหน้า เรายินดีกับทุกคนที่ประสบผลสำเร็จ

อานิสงค์ความยินดี ทำให้เราสบายใจ เป็นแรงผลักดันให้เราสำเร็จบ้างซักวัน ชีวิตมุนาย์กว่าจะเกิดมาได้ พ่อแม่ ต้องบุกบ่าฝ่าฟัน อดทนอดกลั้นขนาดไหน ต้องหาเลี้ยงเรามาขนาดไหน คนเรานี้เกิดยาก แต่ตายง่ายมาก นิดหน่อยก็เดี้ยงกันอีกแล้ว นี้เราเองก็ไม่รู้วันนี้พรุ่งนี้ มันหนี้ไม่พ้นหรอก จริงๆนะ มันเป็นความธรรมดาของชีวิต

พอเรายึดติดก็ไม่เข้าใจ หรือลืมไปถนัดว่า ชีวิตไม่มีของกู ตัวกู ท่านธรรมโกศาจารย์ได้บอกไว้ เป็นความจริง

โจทย์ที่คิดมาเป็นเวลาแรมปีของเราก็คือ ทำยังไงให้ชี้ชีวิตได้คุ้มค่า ไม่สิ้นเปลือง ไช้ได้สมบุกสมบัน สมเหตุสมผลที่สุด ความคิดนี้ไม่ได้หมายถึงให้ใช้กำลัง

ใช้กำลังทำงานเหมือนทำไร่ทำนาน่ะ แต่จะต้องใช้ทั้งปัญญา สมอง แรงกาย ที่จะดำเนินชีวิต ล้มได้อย่างเข้มแข็ง ไม่กลัวอะไรทั้งนั้น

วันนี้จะทำอย่างไรให้คุ้มค่า

คำถามนี้หากถูกถามทุกวัน ทุกเดือน ทุกปี ชีวิตจะไปเปลี่ยนไปขนาดไหนนะเนี่ย

งั้นถามวันนี้เลย

วันนี้จะทำอะไรให้ชีวิตคุ้มค่าและมีคุณค่า

ตอนนี้เวลาเย็นแล้ว ก็จัดข้าวของให้บ้านดูสบายตา ทุกคนในบ้านสบายใจ ออกกำลังกายให้มีกำลังสู้กับอุปสรรคต่อไป เช็คดูบ้านช่อง เก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋า เพื่อจะได้ไม่ลืม นั่งทำการบ้านวิชาความเป็นครู สวดมนต์กิจกรรมนี้ห่างหายไปหลายวัน ทำไมนะเราปล่อยให้ส่วนหนึ่งในชีวิตเราหายไปหลายวัน ทั้งออกกำลังกาย สวดมนต์ นั่งสมาธิ สร้างภาพความสำเร็จ

พวกนี้ต้องไม่ลืม และไม่พลาดในแต่ละวัน

(บันทึกหลังที่วางแผนไปแล้ว)

อะไรที่ไม่ได้ทำตามแผนบ้าง

22/11/11

ตื่นเช้ามารู้สึกว่าไม่มั่นคง กลัว

กลัวชีวิตจะล้มเหลวไม่เป็นท่า

โดยที่เราไม่ได้ทำอะไรกับมัน

กลัวว่าเราจะทำมันพังด้วยมือของตัวเอง

ใครจะมาเข้าใจเราได้ดีเท่าตัวเราเน่ยถามจริง เพราะไม่มีใครรู้สิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเองได้ดีเท่าตัวเอง ฉะนั้น ตัวเองไม่พึ่งตัวเอง แล้วจะพึ่งใคร เช้านี้ก็พลาดที่จะไปออกกำลังกายอีกแล้ว เพราะเลือกที่จะนั่งเขียนความคิดตัวเอง จะผลัดวันประกันพรุ่งไม่ได้ ยังไงก็ต้องเสียเหงื่อก็ทำงานบ้านให้เหงื่อออกนี่แหละ ว่าแล้วเราก็กวาดพื้นห้องเสียหน่อย

ทานข้าวเช้าแล้ว เบาๆ ไม่หนักเหมือนเมื่อวาน ที่ทานใข่เจียวและข้าวหมดหม้อ ทำให้ทั้งวันเราทานข้าวแค่มื้อเดียว

เจ๋งมาก และก็ไม่หิวนะ กินอะไรจุกจิกไปด้วยเหมือนกัน

เราถามตัวเราเองว่าเรา รอ หรือ เราทำ

11h23

เวลานี้นั่งอยู่กับเด็ก ดังจุกจิกมาก ทำอะไรลงไปก็คงจะทำร้ายจิตใจกัน เพื่อให้อะไรดี$ขึ้น เราจะไม่พูดอะไรออกมา เหมือนเมื่อเช้า

เมื่อเช้าโดนเหวี่ยง คนเหวี่ยงก็ไม่ใช่ใคร คนในบ้านเดียวกันนี่แหละ เซ็งนะ บอกตรงๆ รับอารมณ์คนเนี่ย อารมณ์นี่มันมันทำให้เราจ่ายมันแพงมาก คนเราต้องเสียเงินให้โรคเครียด โรคหัวใจ โรคอะไรต่อมิอะไรที่เกิดจะการใช้อารมณ์ต่างๆมากเกินไป

ทำให้เราก็ใช้อารมณ์กลับด้วยเหมือนกัน เรานี่ก็หลอกง่ายด้วย เหมือนเด็กเลยใครพูดอะไรเชื่อไปหมด บางที่เราก็คิด อย่างสำเร็จเร็วๆ จะได้ไม่ต้องมาเจอเรื่องจุกจิกอะไรแบบนี้ด้วย

ตอนนี้เขียนอะไรไม่ออกจริงๆนะ ความคิดตีกันไปมาเลย มึนกับสถานการณ์รอบข้าง

พยายามเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมน่ะเนี่ย

6h32pm

ดีมาก สอนลูกเค้าได้คุ้มจริงไรจริง สอนไปเถอะ มีเงินประทังชีวิต สนุกด้วย

อยากสอนเยอะๆ เหนื่อยบ้างไม่เป็นไร สนุกดี เงินทั้งนั้น บุญทั้งนั้น อาชีพที่ให้ความรู้

ขอเป็นอาจารย์ เป็นนักเล่นหุ้น อสังหาริมทรัพย์ เป็นหมอดูพยากรณ์ เป็นเจ้าของมูลนิธิช่วยเหลือสังคมต่างๆ

ขอแค่นี้แหละ ทางธรรมก็ขอเคร่งครัดในพระธรรม แม้จะรู้ตัวเองว่าเป็นกฏเกณฑ์ แต่ก็ขอยึดแนวความคิดเหตุ ให้ทำตนอยู่ในกรอบศีลธรรม อันดีงามต่อไป

11h21 pm

กลับมาจากร้านเน็ตด้วยความผิดหวัง เจอผู้หญิงคนที่เคยมาเครื่องพี่สาว แต่เรารับสาย

ที่หล่อนโทรมาว่าจะให้เอาปริ้นที่ซ่อมแล้วไปคืนที่ไหน โรงเรียนหรือบ้าน ซึ่งก็บอกหล่อนไปเมื่อกี้ว่าจะไม่ได้ว่าให้เอาไว้ที่ไหน ก็รอจนพี่สาวมาเปิดประตูให้ก็โดนเหวี่ยงไปอีกหนึ่งที ว่าทำไมไม่เปิดประตูเอง ก็เราเองก็ได้ยินเสียงกุญแจดังจากข้างในก็นึกว่าคงกำลังจะมาเปิดให้ เราเองก็ผิดอีกแล้วที่ไม่มีตาทิพย์มองทะลุเห็นข้างในว่าพี่จะเปิดรึไม่เปิด มันเป็นช่วงเวลาแห่งความรำคาญใจ อยู่ด้วยแล้วรำบากใจ คนเราคับที่อยู่ได้คับใจอยู่ยาก คนอื่นว่ายากกับพี่น้องท้องไส้เดียวก็ยังยาก

เอาไงดีอ่ะ ลาออกไปทำงานอื่นใช้ชีวิตแบบอื่นดีมะ ไปทำอะไรแถวไหนไม่สนใจใครดีมะ

น่าจะเพลินดี แต่ก็คงจะมัวเพลินจนมองไม่เห็นเป้าหมายของตัวเอง สุดท้ายเตรดเตร่จนสามสิบ ก็ไม่ประสบความสำเร็จ ชีวิตก็คงเป็นเกยเฒ่าที่คอยแอบชำเลืองมองผู้ชายตอนเวลา เกลียดมาเลยการกระทำแบบนี้ เห็นแล้วไม่อยากทำแบบนั้นเลย ตัวเองเห็นคนอื่นแล้วมันทุเรศมากๆ

เหมือนคนถูกมองตกเป็นเหยื่อเตรียมตัวจะโดนรุมทึ้ง เต็มที่

และก็สัญญาว่าจะพอและ เวลาเพื่ออินเทอร์เน็ตเนี่ย มันช่างไร้สาระ หาแก่นสารไม่ค่อยจะเจอ และค่ำคืนนี้ก็ปวดตามากแล้ว นั่งหน้าคอมหลาย ชม แล้ว ราตรีสวัสดิ พี่น้องชายไทย

25/11/11

รู้สึกดีที่ ทาง ม พิษณุโลก ไม่รับรองวุฒิครู เพราะการเป็นครูไม่ได้ตอบโจทย์เรา เราอยากเป็นนักลงทุนที่มั่งคั่ง

มีธุรกิจการสอนภาษา TOFLE และ Speaking course มากๆ ชอบงานแบบอิสระ จริงๆ งานอิสระที่ต้องไม่ได้รายได้นิดเดียว อิสระทางการเงิน รายได้เข้าโดยที่เราหยุดทำงานได้ มีเวลาไปนั่งสมาธิ สนทนาธรรม พ่อพ่อแม่ ไปทัวเก้าวัด พาไปทำบุญไถ่ชีวิตสัตย์ ได้เขียนหนังสือ ได้อ่านหนังสือพิมพ์ วิเคราะห์หุ้น อย่างเพลิดเพลิน ได้สอนภาษาอังกฤษ สอนพูด บุคลิกภาพ สนุกมาก

29/11/11

วันนี้มาโรงเรียน ก่อน08.00 ดีมากบิว ยูทำได้ดีมาก

มองตัวเอง เป็นนักธุรกิจ เพราะเราคือนักธุรกิจ นักลงทุน เป้าหมายในชีวิตคือ อิสระทางการเงิน

ทำงานได้ หยุดงานได้

เอาเวลาไปทำบุญ ไถ่ชีวิตโคกระบือ

10/41/11

อะไรกันนักหนานี่ฮ่า ป่วยก็ป่วย เงินก็หมด ตัวก็อ้วนขึ้น

ชีวิตเรานี้มันมีอะไรดีบ้างมั้ยวะ

มันมีอะไรที่เราพอใจมั่งวะ

เราอยากมีเพื่อนคู่คิดเหมือนกันนะ มาช่วยกันสร้างความมั่งคั่ง

ตั้งmind set กันเถอะ

เราเป็นครูอัตตราจ้าง รร เอกชนเล็กๆแห่งหนึ่งในสุโขทัย

เราเป็นครูที่เงินเดือนน้อย ไม่พอที่จะสร้างมั่งคั่ง หมื่นล้านนี้คงนั่งฝันลมๆแล้งๆไปแน่นอน

จริงๆเราเป็นคนมาสาย ไม่ตรงต่อเวลา วินัยดีๆ นี่ผีเข้าผีออก ไม่เสมอต้น เสมอปลาย

เพื่อนน้อย ส่วนใหญ่มีแต่ผู้หญิง แล้วฐานะก็ไม่ค่อยจะดีกัน คนรวยเขาก็ไม่คบเราเป็นเพื่อน เช่นใอ้ ด นี่บ้านมันอย่างรวย เราเองคงจะไปแข่งกับมันไม่ได้หรอก

เราไม่ชนะอะไรทั้งนั้น เพราะวันๆเราไม่เคลียร์งาน นั่งเล่นแต่เน็ต ผลัดวันประการพรุ่ง

ติดอิเทอร์เน็ตมาก ขนาดงานการไม่ทำ เพลินกับเฟซบุ๊ค

บ้างก็เล่นโพส จ บ้างก็แคมฟร๊อก บ้านสไกด์ อะไรต่อมิอะไรต่างๆนาๆมากมายไปหมด

30/11/11

ตื่นเช้ามืด แต่ก็ยังไม่ตัดสินใจออกไปวิ่ง เพราะอากาศเย็นเดี๋ยว เป็นไข้เจ็บคอ ไม่สบายอีก ตอนนี้ไข้หวัดเล่นงานนี่ก็แล้ว

เอาล่ะเช้านี้ขอคุยกับตัวเองสักครั้ง

อยากสำเร็จอะไรกับเขาบ้าง ไหม

เราจะย่ำอยู่กับที่ ตลอดไปใช่ไหม จำชีวิตแบบแผนของพี่ เฉลิมรัฐ นาควิเชียร เจ้าของNETDESIGN ได้ไหม ตอนนี้เราอาการหนักกว่านายแบบแผนอีกนะ นายสร้างสรรค์นี่ไม่ต้องพูด นายแบบแผนที่กว่าเราตรงที่เค้ามีแผนชัดเจน เดินตามสเต็ปเป๊ะ

เอาไงละฮึ

เมื่อวานไปร้านเน็ต ทวบทวนเรื่องสี่เก่งที่อยู่รอดได้ในสังคม

คือ เก่งภาษา เก่งประสาน เก่งเชี่ยวชาญ เก่งคิด

เก่งภาษา;

นี่เราก็ถือเข้าขั้นเก่งนะ ถ้าเราอยู่ในบริบทรอบข้างผู้คนที่ไม่รู้ภาษาอังกฤษเลย ดูEnglish breakfast มาก็รู้เลยว่าเรายังไม่เอาไหนอยู่ดี อาจารย์ดอกเตอร์บุญชัยบอกว่า จะรู้อะไรก็รู้ให้มันสุดๆไปเลย รู้ภาษารู้ให้สุดๆไปเลย

ท่านป ปยุตโต ก็บอกว่าเรียนอะไรเรียนให้ถึงรากเหง้ารู้ให้ทะลุปรุโปร่ง จะเรียนภาษาฝรั่งก็ต้องรู้ให้ถึงรากเหง้าของฝรั่ง ทั้งประวัติศาสตร์ของมัน

และเรื่องอื่นๆของมันด้วย

เศรษฐวิทย์ นักเขียนหนังสือภาษาอังกฤษในดวงใจคนหนึ่งบอกว่า สุดยอดการเรียนภาษาคือการนำภาษามาให้บ่อยที่สุด มากที่สุด เทคนิคตั้งก็ต้องนำเข้าสู่ระบบสมองให้เกิดความจำอัตโนมัติ ให้เป็นLong term memory

พี่แนนเอ็นคอนเซ็ป เองก็บอกจะทำได้ก็ต้องใช้วิธีสร้างสรรค์ เช่นเอาเพลงเข้ามาช่วย มีเมโลดี้ ที่สมองรับเข้าไปแล้วบันทึกความจำได้ง่าย

ฉะนั้นการเรียนรู้ของเราต้องเป็นการเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ เพื่อสรรสร้าง สิ่งที่สร้างสรรค์ต่อๆไป ยิ่งๆขึ้นไป

เก่งประสาน

เก่งเชี่ยวชาญ

และเก่งคิดจะมาว่ากันวันหลัง

ซึ่งก็ต้องรอ อารมณ์ดีๆ จะมานั่งเขียน J

30/11/11

ผอ โรงเรียนท่านหนึ่งบอกกับพี่สาวว่า เขาเป็นเก้าท์ ซึ่ง ก็เพราะกินไก่ สมัยยังหนุ่มๆ ทำให้นึกถึงตัวเรา ที่เราอร่อยกับเครื่องในไก่ เนื้อไก่ ทุกชนิด

จะเลิกถาวรต้องแต่วันนี้ เลิกหมูด้วย แล้วมาทานปลา ผัก ผลไม้เถิดนะ ถ้ายังรักตัวเอง

เพราะความสำเร็จจะไม่สนุกเพราะโรคเกาท์มันรุมเร้านะ

เงินหมื่นล้าน ที่มีจะไม่ได้ทันใช้

2/12/11

ครูที่หลงรักการลงทุนเป็นชีวิต

จิตใจ ฝักใฝ่การลงทุนทุกรูปแบบ ชอบสร้างบุญสร้าง

กุศล มีวิถีพอเพียงอยู่ในตน

หมั่นฝึกฝนทุกสิ่งจนชำนาญ

บทสัมภาษณ์

อะไรที่ทำให้ติวเตอร์อย่างครูบิว สนใจหันมาลงทุนครับ

ผมเริ่มสนใจการลงทุนเมื่อตอนอยู่มัธยมครับ แต่ยังไม่ได้ลงมือทำ จนมาตอนเริ่มเป็นครูปีแรกๆ ผมตัดสินใจสมัครพร้อมกับค่อยๆศึกษาการลงทุนแบบค่อยเป็นค่อยไป

เพราะผมคิดว่า อนาคตเรานี้มันไม่แน่นอน และเราก็อยากจะมีวิธีการออมเงิน ที่ไม่ติดอยกับการฝากธนาคารที่ให้ผลตอบแทนน้อยมาก พูดง่ายๆคือการออมในหุ้นครับ

แต่ในส่วนหนึ่งผมก็นำมาใช้เทคนิคเคิลครับ รวมไปถึงการซื้อตราสารหนี้ และพันธบัตรด้วย จริงๆ สหกรณ์ต่างๆให้ดอกเบี้ยดีๆก็มีหลายที่นะครับ

ผมเองก็เลือกที่จะกระจายความเสี่ยง โดยการไม่ซื้อด้านใดด้านหนึ่งจนหมด

อะไรที่ทำให้ครูบิวต่างจากนักลงทุนระดับโลกคนอื่นๆ

จริงๆจะพูดว่าต่างไปเลยก็คงไม่ถูกเสียที่เดียว เพราะนักลงทุนหลายท่าน เช่น บัฟเฟต

โซลอส อื่นๆ หรือในประเทศไทยเอง ท่านดร…. และพี่แพท ภาววิทย์เองก็เป็นแนวคิด แนวทางให้ผม เดินมาถึงจุดนี้ได้ จนพบแนวทางของตนเอง

สิ่งที่ผมต่างจากนักลงทุนทั่วไปคือ………………………………….. ผมเป็นลูกชาวนา ที่พ่อแม่ ไม่มีความรู้ในเรื่องการลงทุนเลย

ไม่มีแต่พื้นฐานทางการเงินที่ดี

แต่ผมก็ใช้ความมุ่งมั่นความเพียรพยายาม ที่จะลงทุน ผมรักการลงทุนนะครับ ผมลงทุนกับทุกเรื่อง เช่นการลงทุนในตัวเอง ผมฝึกภาษาด้วยตนเอง ทั้งอังกฤษ ฝรั่งเศส ไทย ผมพูดสามภาษานี้ได้อย่างดีเยี่ยมและ เป็นนักล่ามฉบับพลันที่คุณภาพดีคนหนึ่ง การเรียนภาษาด้วยตนเองจะไม่ต้องลงทุนมากโดยไปจ้างใครมาสอน เพียงแต่ต้องฝึกด้วยตัวเอง เลียนแบบวิธีการเรียนของภาษานั้นตามวิวัฒนาการจากเด็กสู่ผู้ใหญ่ ผมยังเรียนจีน รัฐเซีย เสปน เยอรมัน และเวียดนามด้วยตัวเองเลยครับ การลงทุนด้วยตัวเองต่างๆของผมก็มี ดูโหราศาสตร์ ทำกับข้าว

เล่นดนตรี และอื่นๆอีกมาย เรียกว่าสนุกจริงๆครับในแต่ละวัน ไม่เคยมีวันที่น่าเบื่อสำหรับผมเลย

06/12/2011

เราเป็นอย่างไร

เราควรจะหนัก 60 โดยมาตรฐาน พร้อมกับ ร่างกายที่สมส่วน ถึงจะเรียกเสน่ห์ จากนั้นหน้าตา ควรเลือกแว่นเจ๋งๆ เครื่องประดับเช่น สร้อยคอ สร้อยข้อมือ เสื้อผ้าแนว คลาสิก ไม่อินเทรน เกาหลีบ้าอะไร เน้นคลาสสิกโก้ เท่ ผมเผ้าสะอาด เสยขึ้นมั่นใจ ผมบางๆหมดไปเพราะกินยาควบคุม ดูเมนเฮลท์ ปีนี้ที่เป็นทหาร หล่อแบบไทยมากๆ วิธีการแต่งตัวถูกใจ

พาหนะรถ ก็เป็นรถยนต์ดีๆ

09/12/2011

บอกตัวเองว่า ชีวิตนี้ ขอไม่แคร์อุปสรรค์ อีกต่อไป

เพราะชีวิต ต้องมาด้วยซึ่งความพยายามอยู่แล้ว

พรุ่งนี้จะไปสอบ มสธ โดยที่เพิ่งรู้ว่า วันพรุ่งนี้คือวันสอบ

ผมไม่แคร์ ไม่หยี่หร่ะกับอะไรทั้งนั่น สอบซ่อมก็ได้ ไม่เห็นเป็นไร เอาใหม่ก็ได้

การเรียนเพื่อให้ได้เกียรตินิยม

มันก็แค่นั้นจริง พี่อ้อยแฟนพี่หนึ่งก็เท่านั้น อาจารย์ซอทองก็เท่านั้น ไอ้น้ำเพื่อนในเอก มหาลัยก็เท่านั้น อาจารย์แป้งก็เท่านั้น เข้าใจว่ามันคือเกียรติประวัติความภาคภูมิใจ

พวกนี้เอาดีได้ในสายวิชาการ แต่ไม่ใช่ฉัน ฉันไม่ได้เกีรยตินิยม การเรียนก็ออกจะตกต่ำ แต่ทำไมมาเป็นคนที่โอเคได้ในองกกรค์ล่ะ เป็นหัวหมาก็ยังดีกว่าเป็นหางของราชสีห์นะ แต่ก็ต้องเป็นหมาที่ไม่ใจเสาะนะ แม้ตัวจะเล็กกว่าราชสีห์แต่ก็มีปัญญาที่ผ่านการฝึกฝนจนจัดการราชสีห์ได้

มสธ ที่เรียน ตอนนี้ยังไม่พร้อมจะเรียนรู้ แต่ก็จะไปสอบ เชื่อมั้ยว่าความรู้ใครก็มี แต่ก็สร้างองค์ความรู้ใหม่นี่สี่ ตัวจริง ฉะนั้นฉันเรียน มสธ เพราะฉันรักในความรู้ ฉันไม่ได้ใส่ใจคะแนนมากนัก ฉันสนใจความรู้ที่จะนำมาใช้ในทุกช่วงโอกาสอันน้อยนิดและยิ่งใหญ่ของชีวิต ที่เกิดขึ้นอยู่ทุกขณะหายใจ

10/12/2011

สอบวันนี้ มึนได้ใจ ไล่ห้องสอบจนเจอ ก็ได้สอบแบบมึน เพราะไม่เคยจะอ่านอะไรไปสอบเลยจริงๆนะ พรุ่งนี้ก็ด้วย ฮ่าๆ

คืนนี้เรามาทบทวนสิ่งที่พี่สาวเราเคยคอมเม้นเราว่าอย่างไร

พี่น้อยเป็นคนที่มองปัญหาได้ดีคนหนึ่ง พี่สาวเราคนนี้เคยติเตียนใด มักจะไม่พลาด คนที่พลาดคือเรา ฮ่าๆ

พี่น้อยบอกว่าเรา

เป็นคนที่ประมาทในชีวิต

เรื่องนี้เราเองรู้ดี แต่ก็ไม่แก้ไข

ไม่ได้เลย ต้องแก้ไข ตองชั่งตวงไตร่ตอง เพื่อให้เกิดความเสียหายน้อยที่สุด ทำงานก็ประมาท ผัดวันทำไปก่อนสุดท้ายก็ไม่เสร็จ อ่านหนังสือ ผัดไปก่อนจนวันสอบก็ยังไม่รู้ไม่ได้อ่าน เราประมาทในทุกก้าวที่เดิน คำถามคือ ถ้าเราไม่

ไม่ประมาท ชีวิตเราจะดีขึ้นขนาดไหน?

นับตั้งแต่วินาทีนี้ไปอย่าประมาท ทุกขณะลมหายใจ และอย่าทำผิดแม้ความชั้วเพียงน้อยนิด

เป็นคนที่ไม่รอบคอบ

เรื่องเดียวกับความประมาท แต่ที่เพิ่มมาคือ สติ เราเองมักจะใช้อารมณ์นำชีวิตโดยแท้

แม้ตัวเอง ในใจจะไม่ยอกรับคำกล่าวนี้ แต่การกระทำมันบอก มีสติในทุกอย่างก้าว ห้ามโกรธ เพราะเมื่อไรโกรธ เราก็คือคนโง่ เราโกรธนักเรียน เราก็คือครูโง่คนหนึ่ง

เราโมโหเราก็เป็นคนบ้า

เราคิดอนาจารคนอื่น เราก็คือโรคจิต จิตถูกเผาด้วยการวิพากตัวเอง ตัวเองรู้ใจตัวเองจึงบอกออกมาตรงๆ ความรู้สึกรับไม่ได้ก็เกิดขึ้น ทางที่ดีหยุด เด็ดขาด

เป็นคนที่ทำอะไรไม่จริงจัง

ไม่แปลกใจที่เราไม่มีเพื่อนสนิท

เพราะเราไม่จริงจังกับใคร มีโลกส่วนตัว

การงาน อดุมการณ์ก็ถูกเราทำอย่างไม่จริงจังไปด้วย เรากำลังกบฏ ทรยศความฝันตัวเอง เราต้องจริงจังในทุกงาน ทุกโอกาส เวลาว่าฝึกฝนความสามารถให้รอบด้าน เก่งทุกอย่าง เชี่ยวชาญรอบด้าน เพื่อมาทดแทนรูปร่างหน้าตาที่ไม่หล่อเหมือนใคร ให้คนอื่นประทับใจ อิจฉาในความสามารถ

เป็นคนที่ทำอะไรให้เสร็จแต่

ตัวเอง ไม่เคยเผื่อแผ่คนอื่นๆ

ต้องทำเพื่อคนอื่น เพื่อครอบครัว เพื่อคนในสังคม

ออกวิ่งตอนเช้า เพื่อให้คนอื่นประทับใจว่าเรารักษารูปร่าง รักสุขภาพร่างกาย เป็นแบบอย่างที่ดี งานบ้านงานเรือน ทำได้ โดยไม่ต้องบอกกัน ไม่ทำแต่ของตัวเอง ต้องดูแลคนอื่นด้วย

ผู้นำในอนาคต ต้องบริการคนอื่นให้เป็น ถ้าอยากเป็นผู้นำ ผู้บริหาร เจ้าของกิจการ ก็ทำซะ

เป็นคนพูดจากับเด็กไม่ไพเราะ

เรื่องนี้ ผ่านแล้วให้มันผ่านไป

วันอังคารนี้ต้องเอาใหม่ ห้ามีสรรพนาม กู มึง ห้ามเปล่งคำหยาบคาย วาจาก้าวร้าวเด็ดขาด ครูบิว นอกจากไม่โกรธ ไม่โมโหแล้ว ต้องมีวาจาสุภาพ ไพเราะด้วย ไม่พอหน้าตาเบิกบาน ไม่บึ้งตึง

ทำได้เด็กจะรัก และที่สำคัญเลิกลงไม้ลงมือกับเด็ก ใช้วิธีอื่นโดย สันติ บุคลิกภาพของครูมีผลต่อการเรียนรู้ของเด็ก

พฤติกรรม การเรียนรู้ของครู

เป็นสื่อการเรียนรู้ที่สุดยอดของนักเรียน โปรดอ่านความเป็นครูใน ธรรมนูญชีวิต

ครูบิว ไม่ดุ ไม่ตี ใจดี สอนเก่ง

เป็นคนที่คำพูด คำจาร้ายแรงทำร้ายจิตใจผู้อื่น

ข้อนี้ต้องถือหลักธรรมเลย

ไม่ใช้วาจาฆ่าคน ทำร้ายจิตใจคนฟัง จากนั้นตัวเราเองก็ต้องพูดเป็น ไม่พูดเพ้อเจอ

พูดให้ถูก กาลเทศะ ที่สำคัญไม่พูดคำหยาบ เด็ดขาด

คืนนี้ขอบคุณพี่สาวของเรามากที่มองเห็นปัญหาแทนเรา บางครั้งเราเองก็ไม่เห็นปัญหาเหล่านี้เลย พวกนี้ทำให้เราพลาดโอกาสมาเยอะแล้ว

11/12/2011

วันนี้เหลืออีกหนึ่งวิชาก็เสร็จสิ้นการสอบ

และก็จะตรงไปซื้อหนังสือบัญชีและปลุกอัจฉริยะภาพทางการเงิน เพื่อมาพัฒนาตนเอง

เมื่อกี้นี้ รู้สึกจิตใจสงบ เมื่อผ่านพิธีกรรม การสวดมนต์ต่างๆ

เศรษฐีอย่างเราต้องเป็นเศรษฐีที่มีคุณธรรมตั้งแต่ยังไม่เริ่มเป็น ดำรงอยู่ในศีลธรรม

รู้สึกมีความสุขที่ได้นั่งนับเงินเป็นล้านๆ ทุกวันที่ผ่านเข้ามา

ธุรกิจต่างๆก็ไม่ต้องไปดูแลเอง

มีผู้บริหารคอยดูแลให้ ส่วนตัวเองไปเข้าวัดเข้าวา บางวันอยู่บ้านฝึกโยคะ ปฏิบัติเซน นั่งอ่านข่าวเศรษฐกิจรายวัน หากาสซื้อหุ้นดี ราคาถูก ขายเมื่อได้ราคาที่มหาศาลเป็นพอ

อย่าเห็นว่าเป็นคนรวยแล้วรวยเฉยๆทำอะไรไม่เป็นนะ ดูหมอก็เป็นนะ ได้หลายศาสตร์เลยล่ะ

เดี๋ยวนี้สวดมนต์ไม่ขอปาฏิหารแล้ว ขอสติปัญญา ให้อยู่กับตัวเองตลอดเวลา แล้วก็เลือกเสพความคิดดีๆ มโนภาพดีๆ Visualization เพื่อให้หนทางการลงมือทำเกิดขึ้น

12/12/2011

ค่ำคืนที่ลมไม่พัดผ่าน ขอบคุณห้องนอนที่สุโขทัยในยามหนาว ที่ไม่หนาวมาก

นอนหลับสบาย

ตื่น

อีกไม่นานก็จะถึงวัยหนึ่งแห่งชีวิต คนเราแก่ลงเรื่อยๆ ผมเริ่มรักตัวเองมากขึ้น อย่างก็ความคิดอยากจะสุขภาพดีมากขึ้นกว่าแต่ก่อนแหละ เพราะจะได้อยู่ใช้ชีวิตที่เป็นอิสระนานๆ

เฮ่อ…..เอาเข้าจริงๆ มนุษย์นี่มันมีแต่ทุกข์นะ เพราะอะไรที่ไม่ดูแลมัน มันจะทุกข์หมด ร่างกายมีแต่เสื่อมโทรม ลองไม่อาบน้ำดูซิ กินอะไรไม่เลือกดูซิ นอนไม่ตรงเวลาดูซิ

เจ็บป่วยหนัก ลองไม่ไปหาหมอดูซิ ทุกข์แน่

มนุษย์นี่เป็นสัตว์สังคม เป็นสัตว์ที่ต้องฝึกฝนตนเอง

เป็นสัตว์ที่บอบบาง ตายง่าย

มนุษย์เป็นสัตว์ที่มีความทุกข์ซับซ้อนที่สุดในโลก แต่ถ้ามนุษย์ฝึกตัวเองถึงขั้นสูงสุดแล้ว มนุษย์จะประเสริฐที่สุดในบรรดาสัตว์ มันเป็นอย่างนี้อีก เราเองก็อะไรก็ไม่รู้ในหมู่ฝูงสัตว์ที่เขาว่าประเสริฐกัน หนึ่งในเจ็ดพันกว่าล้านคน

หนึ่งในไม่รู้อีกกี่แสนล้านชีวิตรวมๆกันบนโลกใบนี้ ถามว่าความสำคัญอยู่ที่ไหน

ความสำคัญในแต่ละชาติ มนุษย์ฝึกตัวเอง ในแต่ละชาติอย่างสุดๆหรือยัง อะไรที่จะทำให้ชีวิตเราอยู่ในทางบวกมากกว่าทางลบ

จำกัดมันไว้2อย่าง

1 ชีวิตทางธรรม สติกรรมฐาน

ศีล ภาวนา คิดไตร่ตรอง

มโนกรรม วจีกรรม กายกรรม แต่ในเชิงบวก เดินสายกลาง ไม่สุดโต่ง

2 ชีวิตทางโลก

มุ่งสู่หนทางแห่งความมั่งคั่ง มุ่งสู่การฝึกตน ให้เป็นอัจฉริยะอย่างน้อย10 ด้านซึ่งล่าสุด ด้านใหม่คือ อัจฉริยะภาพด้านการเงิน เพื่อให้เป็นบันไดสู่การฝึกตนที่มีประสิทธิภาพ ศักยภาพ ฝึกทักษะในการอ่านมุนษย์ อ่านสิ่งต่างๆ ด้วยพยากรณ์ศาสตร์ ในทุกศาสตร์แบบบูรณาการ พัฒนากระบวนความคิด และเป็นนักสร้างสรรค์ นักแก้ปัญหาที่มีพลังความกระตือรือร้น ตลอดเวลา ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย อีกทั้งนำหลักธรรมมาประยุกต์ใช้ในชีวิตจริงๆ ในทุกขณะของชีวิต พร้อมกับเป็นนักบันทึกเรื่องราว ในทุกๆโอกาสที่เข้ามาในชีวิตอย่างขยันขันแข็ง

คืนนี้ขอบคุณคุณพ่อเปี๊ยก คุณแม่ตุ่น ผู้ที่ลูกคนนี้รักและเคารพสุดหัวใจ คืนนี้จะตั้งใจสวดมนต์ให้สรรพสิ่ง เพื่อเราจะอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข

ขอบคุณคอมพิวเตอร์เครื่องนี้ที่เป็นที่เก็บความทรงจำอันมีค่าเสมอมาและจะเป็นเพื่อนกันเสมอไป

J

13/12/2011

ปมด้อยจะกลายเป็นปมเด่น

ตอนนี้ไม่นึกอิจฉาเพื่อนโดม เพื่อนคนอื่นๆ ที่มีธุรกิจที่บ้านแล้ว หลังจากอ่านหนังสือพ่อรวยสอนลูก รู้สึกตัวเองโชคดี

ที่ได้อ่าน และได้คิดตาม มันจะไม่ใช่ความล้มเหลวแบบการเรียนหนังสือเพราะทุกก้าวที่เรากระทำคือการลงทุน ผู้คนที่เราเห็น ก็คือสิ่งแวดล้อมของเรา เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมดีๆ อยู่ในสิ่งแวดล้อมดีๆ จะช่วยให้เราสำเร็จเร็วขึ้น

ผมรู้ว่าความสำเร็จต้องทุ่มเท

และมุ่งมั่น นิสัยที่ซ่อนอยุ่ในเบื้องลึกก็คือ ความกลัวลำบาก กลัวลำบากแบบไม่สิ้นสุด มันแฝงมากับนิสัยผัดวันประกันพรุ่ง นิสัยผิดเวลา ผมจับจิตไต้สำนึกของผมออก ผมไม่ชอบความลำบาก ยุ่งยากซับซ้อน

นอกจากนิสัยชอบ เดี๋ยว แล้วยังมีนิสัยชอบ ชอบรักสบายแบบมักง่าย ยังมีนิสัยขี้กลัวอยู่ในนั้น

การที่ผมอยุ่คนเดียวเสมอๆเพราะผมไม่ชอบความวุ่นวาย

ผมรักการคิดส้รางสรรค์

ชอบความคิด ชอบการกระทำ

แม้ว่าจะไม่ค่อยอดทนกับผลที่สุดยอดแต่ก็มุ่งหวังอยู่เสมอ

เอาเข้าจริง ผมรักความท้าทาย รักความไม่รู้ ที่จะกระตุ้นให้ตัวเองรู้ ความฉลาดทางการเงิน อัจฉิรยะภาพทางการเงิน ฟังแล้วผมรักมัน มันทำให้ผมกระชุ่มกระชวย

รักมันอย่างที่สุด มองเห็นภาพตัวเองนั่งนับเงินล้าน

ไม่ใช่อารมณ์แบบคนถูกหวยแต่เป็นอารมณ์ของนักลงทุน อิสระ ที่นั่งนับเงินล้านอย่างภาคภูมิใจ

13/12/2011

เมื่อเย็น หลังจากออกมาจากประชุม ก็รู้สึกสงสารคุณย่า ทันทีที่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นในงานร้อยวันคุณปู่ ลูกน้องตนเองขนอาหารตนเองที่จะเลี้ยงแขกกลับบ้าน โดยที่แขกไม่พอกิน แขกที่เข้ามาตักเพิ่มก็ไม่กล้าเข้าไปเติม เพราะครูหลายคนกำลังแย่งกันตักอย่างรีบเร่ง จนของเหลือน้อย และครูก็ยังไม่วายขนกลับไปบ้านด้วย นี่นึกแล้วก็เหมือนคนแถวบ้าน เวลามีงานก็ขนกันแบบนี้แหละ มารยาททรามๆแบบนี้ ซ่อนอยู่ในสันดานคนทุกที่ โดยเฉพาะที่นี่ ผมกำลังจะจากที่นี่ไปเร็ววัน ผมไม่สนจะมีเงินเก็บมาหรือน้อย ผมเชื่อว่าหากเราขยัน ฉลาดหากิน บันไดดาวก็ต้องเป็นของเรา

ไปทำงานให้คนอื่นทำไม แล้ววันนี้เราก็ยังไม่สังเกตงานเราเลย เราจะทำอะไรเพื่อเด็กๆ มีความสะดวกสบายขึ้น ให้เราเป็นตัวช่วยผู้ปกครอง ทุกคน อาจจะช่วยผู้ปกครองในประเทศไทย ทั่วประเทศ ทำอย่างไรดี อย่าลืมนะ เราต้องเป็นนักแก้ปัญหา แก้ปัญหาแล้วเราจะฉลาดขึ้น

สามทุ่มกว่าๆ ทุกคนเข้านอนกันหมดแล้ว เหลือเราที่อยุ่หน้าคอมพิวเตอร์ ทุกวันคอยเฝ้าถามตัวเอง ถึงความท้าทายในชีวิต ความเสี่ยงในชีวิต

ซึ่งมันคนละเรื่องกับความประมาทในชีวิตนะ ผมรักที่จะเสียง ท้าทาย แผนท้าทายสุดๆ

15/12/2011

ขอบคุณ ไทวลา ธาร์ป ที่สอนเรื่องพิธีกรรม มันดีมาก ขนาดได้ทำเพียงครั้งแรก ร่างกายเปลี่ยนแปลงได้เลย รู้สึกกระชุ่มกระชวยขึ้นมาก

อาหารเย็น งดได้ก็จะงดทันที เพราะอาหารเย็น มันไม่มีไปเพื่ออะไร นอกจากกาม กิเลส

เราทานก็เท่ากับเราเพิ่มเวลาที่จะเสพอินเทอร์เน็ตนอกบ้าน ดูทีวี หรืออะไรประมาณนี้ สิ่งที่เราทานเราก็จัดหามาทานเอง เช่นผลไม้สด ธัญพืช ประมาณนี้ ถ้าต้องทานเพราะหิวจริงๆก็จะทานข้ามต้ม พอ

อาหารมื้อเที่ยงก็จะเลือกทาน จริงๆ และเคี้ยวนานๆ เมื่อเช้าเราลืมการเคี้ยวพิจารณาอาหารไปเลย มื้อต่อๆต้องไม่ลืม

คนเรามีบันไดของคนอื่น ไม่เจ๋งหรอกต้องบรรไดของตัวเองซิ ตราบใดที่เรายังทำงานให้คนอื่น เราก็จะเป็นได้เพียงลูกจ้าง เป้าหมายของเรา เป้าหมายของวีรยุทธ ทับเงิน คือ เป็นนักลงทุนที่รำรวย รักการทำเงิน มีหุ้นส่วนในกิจการใหญ่ๆ มีไหวพริบ มีอัจฉริยะภาพทางการเงิน นี่คือเป้าหมายที่ท้าทายสำหรับผม

Thursday, November 17, 2011

Diary mak mak

I love Blogger cuz Blogger could save me from myself ;)

10/11/2011

นี่มันคืนแห่งความปวดตา ขับรถมอเตอร์ซัยไปดูแลเด็กนักเรียนที่เมืองเก่า เป็นเหตุให้มานั่งจับเจ่าแบบนี้ ตีหนึ่งกว่าๆตื่นขึ้นมาพบว่าไม่ได้อาบน้ำ จึงรีบกระทำแล้วมาอัพบล็อกอย่างเร็วรี่

ว่าเมื่อค่ำวานนี้ทั้งเหนื่อยทั้งคัน คันอะไร คันหูอ่ะดิ คันจริงๆนะ เพราะความว่าตุ๊ดมันแสลงใจโครตๆ โดยเฉพาะจากปากของเด็ก ทำไมเราจึงต้องมาทำงานก็เด็กปากไม่ดีอย่างนี้ด้วยนา

มันคงเป็นเวรเป็นกรรม แต่จะอะไรก็แล้ว ต้องพยายามอยู่ที่นี่จนกว่าจะได้วุฒิครูก่อน

เพราะมันไม่มีเปิดอีกแล้วครับท่าน วกกลับมาเรื่อง ตุ๊ดๆ คำที่แสลงใจ ชีวิตจริงมันเป็นสิ่งที่ทุกข์เหลือเกิน กับคำครหาเหล่านี้ มันเจ็บเข้าไปถึงในใจ ถามว่าทุกข์วันนี้แอ๊บไปเพื่อใคร เพื่อพี่สาวนะ เพราะอยู่ในวงการครูจังหวัดสุโขทัย

กลัวแกเสียภาพพจน์ เพราะมีน้อง ตุ๊ดๆ อย่างเราเนี่ย

เคยบอกกับพี่ไว้ว่า ได้วุฒิครูแล้วจะไม่เป็นครู และจะไม่หวนกลับมาอีก เพราะมันเจ็บกระดองใจอ่ะ ที่ให้เด็กเล็กๆมานั่งล้อเลียนทั้งวี่วัน สู้ไปสอนเด็กโต มหาลัย ยังจะดีกว่าอีก โอย คิดแล้วเศร้า

เดี๋ยวนะ ตั้งใจว่าจะทำการบ้านอ่ะก่อนนอน คงไม่แล้วมั้งอิอิ

แต่เอาเหอะ วันนี้ขอให้ได้พูด

..ต่อๆนะ มันเป็นเรื่องที่อัดอั้นตัดใจมานานตั้งแต่อยู่มาแรกๆ

แม่ง มันเจ็บใจมากๆ ตุ๊ดเนี่ย

เราไม่ได้อยากเป็นนะ และก็ไม่ได้ภูมิใจอะไร แต่ทำไงได้มันเป็นกรรมอ่ะ ชาติแล้วคงจะทำผิดศีลข้อสาม จะยังไงก็แล้วแต่ เราอุดปากให้คนไม่พูดไม่คิดได้งั้นเหรอ ไม่เลยถามว่าตายมั้ยกับเรื่องแบบนี้ ส่วนตัวตอบว่าจิ๊บๆ แสบๆคันๆ แต่ไม่มีอ่ะไร เชื่อว่าความสามารถต้องมาก่อนอยู้แล้ว แต่ที่นี้ทำงานกับเด็กไง มันมองอะไรไม่เป็น กาลเทศะก็ไม่ค่อยมี มันถึงได้ไม่กลัวที่จะถาม ไม่เกรงใจที่จะพูดไง

เพราะมันไม่รู้จักมารยาทด้วย พูดง่ายๆคือ ร้ายเดียงสาน่ะ

พอมาอยู่กับพวกมันแล้วรำคาญนะ เพราะร้ายแบบไม่รู้เรื่อง อะไรควรไม่ควรไม่สน แบบนี้ถึงอยากย้ายไปสอนเด็กโต และต้องไปอยู่ในที่ไกลจากความดูแลของพี่สาวด้วยนะ ไม่เอาแล้วเรื่องเส้นสายอะไร

มีความสามารถและปัญญาเสียอย่างยังก็เชื่อว่าเติบโตได้ จริงๆเรื่องนี้ควรหยิบยกมาเล่าในวันที่ได้วุฒิครูแล้ว แต่นี่กำลีงอยู่กับที่ที่ไม่ต้องการอยู่อีกแล้วถึงปีเกือบสองปีนี่ ทำไงดี

ก็ต้องอยู่แบบ ท่านมหาตมะคานที คืออยู่ด้วยกันอย่างเมตตามากกกกก ที่มากเพราะวันนี้เราดุนักเรียนมากกก

ทีนี้ต้องใจดีกับเด็ก ด้วยการเตรียมตัวให้ดีทุกวัน เพราะการพูดการจา การแสดงออก ส่อให้เห็นว่าควรถูกล้อ ตุ๊ด

อันนี้จริง เพราะหลายครั้งเราหลุดออกมาบ่อย คนอื่นสังเกตได้ เราเองก็ไม่รู้ตัวหรอกจริงมั้ย อยู่อย่างเมตตา และ เป็นกัลยาณมิตรต่อผู้อื่น เวลาในชีวิตนั้นแสนสั้น แต่เราจะอยู่ด้วยกันอย่างเป็นมิตรที่ดี เราจะอยู่ที่นี่อีกไม่กี่ปี เรายังไม่โอกาสแก้ตัวหลังจากพรุ่งนี้เช้าเป็นต้นไป

รักเด็กเหมือนลูกๆ ทำให้เด็กๆรักเรา รักวิชา รวมไปถึงเพื่อนร่วมงานด้วย

เราคิดบวกกับเด็กจากใจจริง

ไม่พูดคำหยาบกับเด็ก ไม่พูดอะไรเพ้อเจ้อ พูดพล่ามกับเด็ก

อดทนและตั้งสติกับอารมณ์โกรธที่จะพลั้งเผลอทำร้าย หรือด่าว่าเด็ก มีแผนจัดการอยู่ถูกต้องและเป็นประโยชน์ทั้งสองฝ่าย เราและเด็ก

ขอให้หลังจากตื่นนี้เป็นต้นไป เราคงจะไม่เป็นครูที่ตอแหลต่อปณิธานตัวเอง มิตรภาพที่ดีทำให้เราเป็นที่จดจำที่ดีต่อทุกคน

คืนนี้สมควรแก่เวลา

สวัสดี

Bishojoo

10/11/11 (2)

ตื่นหกโมงเช้า แต่ไม่ออกกำลังกาย ตื่นมาทำไมล่ะ นั่งคุยเรื่องคนที่ทำงาน มันไม่ได้ประโยชน์นะ เสียเวลาดีๆที่จะไปออกกำลังกายเลย เห็นไหม

วันนี้แล้วเราก็ลืมว่า เสื้อพละเราหาย ยังหาไม่เจอ เจ็บใจที่ผ่านมาห้าวันและ ก็ยังไม่พบเสื้อตัวนั้น และน่าโมโหคือเราเองทำไมไม่ยอมหาด้วย

เพราะอะไร ลืมไม่ไง ไม่ได้จดไว้ จดไว้ก็ไม่ค่อยจะอ่าน การจดของเรามันเหมือนเป็นหน้าที่นะ สักๆจดยังไงก็ไม่รู้ ต้องทำใหม่ เดี๋ยววันนี้ไปซื้อใหม่ จดใหม่

นั่งเขียนบล็อกอยู่ๆ ผู้เขียนก็อยากลาออกจากโรงเรียน ซะอย่างนั้น อาจจะเป็นเพราะภาพในใจโผล่ขึ้นมาเห็นเด็กกำลังถามว่า ครูบิวเป็นตุ๊ดหรือเปล่า จึงทำให้เบื่อโลก

แล้วไงอ่ะ ที่นี้เราจะเลือกเครียดหรือรู้สึกเฉยๆดี คำตอบก็คือ เราก็รู้สึกเฉยๆทุกครั้งนะ ก็บอกว่าไม่ใช่ก็ไม่ได้ มันคือความจริงนี่ ความลับไม่มีในโลก เพื่อนที่คิดว่าไม่มีพิษภัยกลับมีพิษภัย

เราไม่ได้รู้สึกโกรธคนนี้เท่าไร แต่เราเกลียดเลย เพราะเราเคยบอกเขาหลายครั้งแล้วมันไม่เหมาะ ใครๆหลายคนเขาเห็นมันก็ทำให้เราอายนะ มันไม่ไช่จะปกปิดอะไร แต่รูปมันก็คือความคึกคะนองที่กลับไปแก้ไขใหม่ไม่ได้ เราเลิกคบเพื่อนคนนี้เหมือนเพื่อนก่อนหน้าที่ยืมตังค์เราพันกว่าแล้วไม่คืน เพราะทั้งคู่คบแล้วไม่เคยมีความดีในชีวิตเลย มีแต่ชื่อเสียงเสื่อมเสีย คบแล้วเสียหายสู้อยุ่คนเดียวไม่มีเพื่อนสนิทเลยดีกว่า ซึ่งทุกวันนี้บอกได้เลยว่าไม่เคยมีอยู่แล้ว อยู่ตัวคนเดียว อยู่กับครอบครัวเสมอ แฮปปี้มาก มีหนังสือเป็นเพื่อน ฉลาดขึ้นเยอะเลย ดีมากมากๆด้วย

ต่อไปนี้จะหาเพื่อนสังคมใหม่ให้มากขึ้น ทั้งที่เรียน ที่ทำงาน ที่รู้จักต่อๆกัน เครือข่ายสังคมเยอะขึ้น คนแปลกหน้าก็ดีนะ ดีมากเลย คนต่างชาตินี่ก็ยิ่งดีใหญ่เลย ชีวิตเราขาดเพื่อนไม่ได้ แค่ได้รู้จักกันก็โอเคแล้ว แค่นั้นจริงๆ ชีวิตเช้านี้เริ่มต้นด้วยการสวดมนต์ดีกว่า จะได้เจริญๆ เกิดปัญญาดีๆ เดี๋ยวไปอัพบล็อกต่อที่โรงเรียน

11/11/11

กลับมาจากลอยกระทงก็ทานก๋วยเตี๋ยวเกี๊ยวปู แล้วก็นอนเลยแบบว่าเปิดคอมทิ้งไว้ ไฟในห้องก็สว่างทั้งห้องจนเช้า หลับแบบไม่รู้เรื่องน่ะ การบ้านก็ยังไม่ได้ทำ นี่คิดว่าจะทำตั้งแต่วันอาทิตย์นะ นี่วันศุกร์ยังล่องลอยอยู่นะ ใครๆมักจะรักวันศุกร์แต่ตลอดปีนี้จนต้นปีหน้า เราไม่คิดจะรักมันนะ เพราะต้องเรียนตลอดปีเลย เช้านี้เอารถไปทิ้งไว้ที่ศูนย์คารบูร์ก่อนที่จะเข้าไปโรงเรียน

เพราะมันแย่แล้ว ขับขี่ไม่ค่อยสะดวก งี้แหละขนาดของยังเสียได้จะอะไรกับคนนะ คนก็มีเจ็บป่วยได้ มีวันรุ่งเรื่องก็มีวันร่วงโรยได้เช่นกัน เมื่อคนเห็นวัยรุ่นเต็มไปหมด วัยรุ่นนี้เป็นวัยที่รุ่งเรื่องทางชีวิต เป็นช่วงแห่งการใช้ชีวิตแบบสนุกสนานจริงๆนะ เราเองก็มีช่วงนั้นอยุ่ แต่ไม่มาก วัยรุ่นของเราผ่านวันคืนของความ

เพลิดเพลินทางจิตใจ แบบเงียบ ชอบอยุ่คนเดียว มีมุมลึกลับที่ไม่ค่อยจะบอกใคร ความอารมณ์รัก โลภ โกรธ หลง อยู่เป็นอันมาก ไม่เคยมีแฟนเลย เพราะอาจจะขาดเสน่ห์ไปน่ะ เราขาดความสม่ำเสมอในทุกๆด้าน ทำอะไรแบบจับจด ประมาณว่าขี้เกียจไปเสียทุกเรื่อง ว่าแล้วก็น่าตีตัวเองจัง ผลที่เห็นทุกวันนี้คือ รูปร่างที่เปลี่ยนไป สภาพร่างกายที่เปลี่ยนไป ลองนั่งคิดดีจะพบว่าเปลี่ยนไปแม้กระทั่งใจ คือความคิด เป็นคนไม่รอบคอบอะไรซักอย่าง ถ้าจะเริ่มปรับเปลี่ยน

ควรจะเริ่มต้นที่จิตใจ ความคิด ให้ส่งถึงการกระทำ การบ่มนิสัยใหม่

นิสัยที่เราจะบ่มคือ

เป็นคนปฏิบัติธรรม ถือศีล ทำอะไรอยู่ในกรอบศีลธรรม และพระพุทธธรรมมีการทำกรรมฐาน

เป็นคนคิด มีกระบวนการคิดแบบรอบด้าน ทั้งวิเคราะห์ สังเคราะห์ คิดแบบเชื่อมโยงและอีกมากมายเป็นต้น คิดถึงผลที่จะตามา คิดเผื่อเลือก โดยเฉพาะคิดสร้างสรรค์

เป็นคนลงมือทำด้วยตนเอง สิ่งนี้ทำคัญที่สุด

บทสรุปเมื่อเช้ากล่าวไว้ค่อนข้างดีมากๆ เพราะมันเป็นเรื่องที่หลังจากได้กลับมาอ่านอีกรอบแล้ว ความรู้สึกมันบอกใช่เลย

บ่ายนี้คงจะทำงานไปพร้อมๆกันคือ

การบ้าน

ซ้อมเด็กไปแข่ง

สอนเด็กในห้อง

บ่ายสองก็จะต้องเอารถออกไปซ่อม เพราะมัดจำเขาไว้นานแล้วเดี๋ยวเขาส่งชิ้นส่วนรถกลับแล้ว ไม่ได้ซ่อมกันละทีนี้ก็แย่เลย เอาล่ะ

บ่ายนี้ออกไปแล้วก็อย่าลืมแวะซื้อสมุดรายงานและที่เย็บกระดาษที่จะใช้เรียนวุฒิครูในวันเสาร์ อาทิตย์นี้ด้วย และก็อย่าลืมแวะร้านแชมป์ เพื่อดูว่าเสื้อพละเขามีขายไหม เพราะตัวเก่าของเรามันหายสาปไปไหนก็ไม่ทราบ

กลับมาก็มาทำเรื่องลาวันจันทร์เพื่อไปงานแต่งนายเสาร์เพื่อนเก่าแถวบ้าน สอนเสร็จก็สอนพิเศษที่โรงเรียน และก็เตรียมกลับบ้าน และก็มาที่โรงแรมอมรในงานสังสรรค์ให้คุณย่าเปาคำของโรงเรียนสายธรรมอีก

16/11/11

กลับมาแล้วตามคำร่ำร้องใจตัวเอง ห่างหายไปหลายวันด้วยเรื่องมากมาย ประเด็นคือลืมโน๊ตบุ๊คไว้ที่บ้านเลยไม่ได้บ่นอะไรเลย ตอนนี้นั่งเล่นอยู่ข้างล่างคนเดียว เปลี่ยวๆ แต่มีเพลงเพื่อชีวิตคลอๆ มาจากร้าน ฒ ผู้เฒ่า

อีกฝั่งฟากของถนน รู้สึกชิวมากที่ได้ไปฟิตเนส แต่ก็เกรงว่าพรุ่งนี้จะไปทำงานไม่ได้เพราะว่า เราจัดหนักกับครั้งแรกเกินไป วันนี้ไม่ได้ทำอะไรมากนัก หลักก็สอนเด็ก ทำบัญชีการเงิน เย้!!! ได้ทำซะที นานๆทำครั้งก็เลยลืมบางส่วนว่าซื้ออะไรไปบ้าง นี่คือข้อเสียของการไม่จดรายวันจะทำให้เราได้บัญชีรายจ่ายที่ไม่เป็นความจริง ไม่มีความภูมิใจทำ รู้อยู่แก่ใจว่าตัวเองจะเมค ยกเมฆขึ้นมา แต่ใจเรามันย่อมรู้และบอกได้นี่นาว่าแผนอันนี้มันมีค่าแค่ไหน เรารู้เบื้องหลังที่ไม่รอบคอบ เราก็ต้องมาจัดการกันใหม่

Monday, November 14, 2011

@ saitham

The time I 've spent with myself is not enough for billionnaire like me. I waste my time with Internet like postjung, youtube, etc.

I do agree with that reason. thinking like billionaire is difficualt but it's possible. Im not like the other in school, not like the other people suround me.

So just think like that, do like that, be happy with that for the first step, that would be ok...... the more we do the more we can make sure.

So many thing to do in our life but not everybody can do it all. to me, I'm really trying to that.


cheerio for myself!!!!

Sao's wedding

Today, I took part in Sao's wedding with Nui and her boyfriend, we went there by car for less or more 50 minute, I saw many people there, I drank, ate, talked all the story we've missed several days ago.

Now, I can honestly say that I'm broke.....I'm really broke becuase of my weak skill of using money. Why that happened to me? I won't say I don't know but I know that well I never manage this at all so that made me broke. I'm feeling a bit shock.
We know how to do it but we often miss it by doing. Now I'm to do it better,

23 I'm a mature
25 I'm a passive incomer
30 I'm a billionair

Sunday, November 13, 2011

The day I reuse facebook

Tonight I'm like wolf which can't stop my intention to find someone having sex with. I used Facebook, Cam Frog, Msn but finally failed as usual.....
I have to go back to buy a can of concrentred milk for my sister. it already took long time already, I left her and her son there, it's time back home but you know I'm waiting for internet hour ending off
I m making an appiontment with strange guy who need ....with me but he's too far to pick him up and I have no car. "c'es dommaGE" I didn't be mean to him but I have nothing to make him be with me tonight eventhrought I really need him.